06 มิถุนายน 2553

9. โหราศาสตร์....กับการเมืองไทย

9. โหราศาสตร์....กับการเมืองไทย
“เสนา..เจ้าจงไปตามราชครู-ปุโรหิต มาพบข้าเดี๋ยวนี้.!” เจ้าเมืองที่แสดงในลิเกมักจะเรียกหาราชครู-ปุโรหิต ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่ทรงภูมิ ทางด้านโหราศาสตร์ประจำราชสำนัก มาพบหาทุกครั้งที่จะมีการตัดสินใจครั้งสำคัญๆ
คงเช่นเดียวกันกับผู้มีอำนาจในยุคปัจจุบัน การตัดสินใจครั้งสำคัญ ไม่ว่าการปฏิวัติ รัฐประหารทุกครั้งของบ้านเมืองเรา มักใช้บริการของนักโหราศาสตร์เป็นประจำในการหาฤกษ์ยามเพื่อทำการปฏิวัติ ฝ่ายต่อต้านก็จะอาศัยโหรอีกสำนัก เพื่อหาฤกษ์ออกอาวุธในการป้องกัน หลายครั้งหลายหนที่บ้านเมืองเรามีเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ มักจะมีการเปิดเผยภายหลังว่ามีการหาฤกษ์ วางลัคนาหาเวลาในการปฏิบัติการ เร็วๆนี้ก็เช่นกัน การไปพบ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ร่างทรงฤษี หมอดูเจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน (น.ส.พ.ไทยรัฐ ๙ มิ.ย.) เพื่อแก้ไขและเสดาะเคราะห์ดวงชะตาเมือง ในเวลาเดียวกันกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ก็ไปพบ นายวารินทร์ เช่นกัน เพื่อหาทางออกที่ได้เปรียบทางด้านโหราศาสตร์
การต่อสู้ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน นอกจากจะสู้กันด้วยไหวพริบ เล่ห์เหลี่ยม กลยุทธทางการเมืองแล้ว ยังต่อสู้กันทางด้านไสยศาสตร์ ไสยเวทย์ในทางลับด้วย เหตุการณ์ปี ๒๕๔๙ช่วงที่พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยนำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังต่อสู้กับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่า..มีการใช้ไสยเวทย์ ฝังรูปฝังรอยในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ทั้งยังมีการเผาพริกเผาเกลือ เผาหุ่น สาปแช่งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งผู้ที่เชื่อถือทางด้านนี้ ก็จะทึกทักว่า เกิดเป็นจริงจังตามที่ได้กระทำไว้ แม้นกระทั่งตัวนายสนธิเอง เวลาขึ้นบนเวที ก็จะห้อยพระเครื่องพวงใหญ่ ผูกตะกรุดที่เอวเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและเชื่อว่าคงกระพัน.
ครับ..นี่คือสังคม และการเมืองแบบไทยๆของเรา ที่ยังยึดถือความเชื่อทางด้านไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ที่ซึมลึกอยู่ภายใต้สมองของเรามาตั้งแต่โบราณ
โหราศาสตร์นั้นเป็นวิทยาศาสตร์ในระดับหนึ่งตามที่ผู้เขียนเคยกล่าวไว้ในฉบับวันศุกร์ที่แล้ว คือเกิดจาการสังเกต จดจำ ช่วงที่ดวงดาวโคจรไปในภพเรือนต่างๆ เกิดเหตุการณ์อะไรที่สำคัญๆจึงบันทึกไว้ แล้วนำมาจดเป็นตำราไว้ให้นักโหราศาสตร์รุ่นหลังๆได้นำมาทำนาย วิธีทางโหราศาสตร์ไม่สามารถนำมาแก้ดวงชะตาเมืองได้ เพราะถ้าแก้ให้ได้ หมายถึงต้องนั่งเครื่อง ไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปในอดีตแล้วเปลี่ยน วัน เวลา ฤกษ์ผา นาที ในการก่อตั้งกรุงเทพฯมหานครเสียใหม่.
คำทำนายทางโหราศาสตร์นั้นความจริงแล้ว คล้ายกับโคมไฟใหญ่หน้ารถยนต์ที่ส่องสว่างให้เห็นทางด้านหน้าในยามค่ำคืน ส่องให้เห็นทางด้านหน้ามีสิ่งอะไรกีดขวางอยู่บ้าง ให้เห็นด้านซ้ายเป็นเหว ด้านขวาเป็นภูเขา ให้เห็นหนทางที่คตเคี้ยวอยู่เบื้องหน้า เมื่อมีไฟส่องทางแล้วเราสามารถขับรถผ่านไปได้ โดยไม่ตกเหว หรือชนภูเขา ถ้ารู้จักนำมาใช้โดยไม่งมงาย ย่อมเป็นสิ่งที่ดี การรู้จังหวะของชีวิต และบ้านเมือง ทำให้เราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ ไม่เกิดผลดีแก่ตัวเรา และบ้านเมืองได้ เช่นในช่วงเวลานี้ ดวงชะตาเมืองของเรา ดาวพฤหัส(๕)(หมายถึงปัญญาพิสุทธ์) กำลังเดินถอยหลังในเรือนมรณะ ทั้งตุลาการ คตส. สสร. สนช. พระสงฆ์ และนักวิชาการต่างๆกำลังมืดบอดอยู่กับปัญญา และความคิดที่คับแคบ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ และที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง วันที่ ๑๗ มิ.ย. นี้ ดาวอังคาร(๓)(ดาวอังคาร หมายถึงกลุ่มอำนาจทหาร) ที่หลบอยู่หลังลัคนาเมืองมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง บัดนี้ได้เวลาที่จะออกมาสำแดงพลังแล้วครับท่าน.. ดาวอังคาร(๓) เริ่มเข้าทับลัคนาเมืองอย่างเต็มตัว และยังเป็นเกษตรในเรือนของตัวเอง ( เกษตรในความหมายของโหราศาสตร์ หมายถึงมั่นคง เข้มแข็ง ต่อเนื่อง ) ทุกฝ่ายเริ่มเปิดหน้า เปิดตา เลิกเป็นอีแอบ ชกกันตรงๆจะจะ จากวันที่ ๑๗ มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ดวงชะตาเมืองอ่อนแอ ต้องระวังความรุนแรง อาจจะไม่มีการเลือกตั้ง จลาจล การทำลายล้าง ปฏิวัติเงียบ จะตามมา..
จับตามองนักโหราศาสตร์ คนสำคัญเอาไว้ ไม่แน่..เผื่อตอนนี้อาจจะมีบางกลุ่มอำนาจไปขอฤกษ์ปฏิวัติแล้วก็เป็นไปได้..!!


ปาฏิหาริย์
Rahoo89@gmail.com
มิ.ย.2550

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น