06 มิถุนายน 2553

2.ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน

2. ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน
คำว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” เป็นคำกล่าวที่เราได้ยินมาเป็นเวลาเนิ่นนาน
แต่โบร่ำโบราณ ท่านเคยคิดบ้างไหมว่า มีความเป็นมาอย่างไร ......
นักโหราศาสตร์ แต่โบราณได้ สังเกตจากดวงชะตาทั้งหลายของมนุษย์ ตลอดทั้งชีวิต มักจะมีความเจริญ รุ่งเรือง และ เสื่อมโทรม ตกอับสลับกันไป บางจังหวะของชีวิต ก็ดีเลิศ จับอะไร ทำอะไร มักจะดีไปซะหมด บางจังหวะของชีวิต ถึงจะวางแผนไว้อย่างแนบเนียน วิเคราะห์การตลาดอย่างดีเยี่ยม แต่..ทำอะไร มันให้ล้มเหลวไปอย่างไม่เป็นท่าเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งการบริหารประเทศ บางจังหวะ ทั้งการเมือง การค้า เศรษฐกิจและสังคม เวลามันจะดี อะไรๆ ก็ดูดีไปทั้งหมด เวลาแย่ ก็ดูมันจะแย่เสียทุกๆอย่าง ดังเช่นช่วงเวลานี้ ของประเทศไทยเรา...
มันเกิดอะไรขึ้นครับ ...
ดวงเมืองไทยของเราก็เช่นกัน..มีรุ่งเรือง ราบรื่น ร่มเย็น มีเสื่อมสลาย มีทุกข์เข็น
ดวงเมือง นอกจากมี ดาวดวงใหญ่ๆ ๓ ดวง คือ..ดาวพฤหัส(๕) ดาวเสาร์(๗)และดาวราหู(๘)
ที่ส่งผลกระทบ ต่อบ้านเมืองในระยะสั้น ช่วง ๑-๒ ปีแล้ว ยังมีดาวมฤตยู(๐) ที่จะส่งผลกระทบ
เป็นระยะยาวโดยเฉลี่ย ประมาณ ๗ ปี เพราะ ดาวมฤตยูนั้น เมื่อสถิตราศีใดก็ตามจะกดนิ่งในราศีนั้นๆ เป็นประมาณเวลา ๗ ปี.. ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ไปเรื่อยๆแบบชนิดสะสมพลัง อาจจะ ต้นร้าย ปลายดี หรือ ต้นดี ปลายร้าย ต้องแล้วแต่ภพ เรือนนั้นๆ เป็นตัวส่งผล แล้วจึงระเบิดออกมาแบบเปรี๊ยงปร้าง และ คงเป็นความโชคร้ายของประเทศไทย
ขณะนี้ ดาวมฤตยู(๐)ยังคงสถิตอยู่ในเรือนลาภะ ของ ดวงเมือง ซึ่งความจริงแล้ว ดาวมฤตยูนี้ เข้าเรือน ลาภะของดวงเมือง ก็คือราศีกุมภ์ ตั้งแต่ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ แล้ว นับแล้วประมาณ ๕ ปี เริ่มสะสมพลังไปเรื่อยๆในเรือนลาภะ ( เรือนลาภะ มีความหมายถึง ความหวัง ความสำเร็จ ความเจริญ รุ่งเรือง ) (ผู้เขียนพยายามจะแปลความหมายของ ดาว และภพเรือนของดวงเมือง เพื่อให้เกิดความสนุก เข้าใจในการอ่านดวง และติดตามครับ)
ดาวมฤตยู (๐).... เจ้าแห่งความอาเพศ วิปริต คาดไม่ถึงและการเปลี่ยนแปลง
โหราศาสตร์ให้ความหมาย ดาวมฤตยู(๐) มีทั้งให้คุณ และให้โทษ เป็นอภิอำนาจนอกเหนือธรรมชาติ มีความหมายไปในทาง อาเพศ วิปริต แปรปรวน คาดไม่ถึง หรือการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน และอาจหมายถึง การดับสูญ คือดับไปก่อนแล้วเกิดใหม่ บางตำรา บอกว่า คือ วิญญาณ ความเก่าแก่นมนาน สิ่งที่ล่วงแล้วเป็นอดีต ความชักช้าเนิ่นนาน
ดาวมฤตยู(๐) ในดวงเมืองนั้น สถิตที่เรือน สุหัสชะเดิม (สุหัสชะ หมายถึง เพื่อน สังคมประชาชน การเปลี่ยนแปลงปรับปรุง การชุมนุม ฯลฯ )
ดังนั้น เมื่อ ดาวมฤตยู(๐) กดนิ่งอยู่ที่เรือน ลาภะ
ดาวมฤตยู(๐)+ ลาภะ
เราอ่านความหมายทางโหราศาสตร์ได้ว่า..
อาเพศ วิปริต คาดไม่ถึง + ความหวัง ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง+สังคม การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
เป็นที่สังเกตอย่างเห็นได้ชัดว่า หลายๆปีที่ผ่านมานั้น ประเทศเรา มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อย่างมากมาย ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้ก็เป็นไปตามความหมายของดวงดาวที่ สถิตอยู่
เราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ๕ ปีที่ผ่านมานี้ มีทั้ง สิ่งดีๆ สิ่งไม่ดี และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลาที่รัฐบาลชุดที่แล้วบริหารประเทศอยู่ มีสิ่งดีๆให้เห็นอยู่ก็มาก หรือสิ่งที่บ่งบอกว่าไม่ดีก็ไม่ใช่น้อย..
แต่ใครจะไปคิดและคาดไปถึงว่า..... ปี พ.ศ.๒๕๔๙ ประเทศไทยยังมีการปฏิวัติ รัฐประหารยึดอำนาจ ซึ่งความจริง เหตุการณ์ แบบนี้น่าจะเกิดที่ ประเทศเขมร หรือพม่า มากกว่า
ครับ....นี่คือ ความวิปริต อาเพศของดาวมฤตยูเขาล่ะ.. ที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ไปทำลาย ความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง ของประเทศชาติ ก่อให้เกิดเหตุการณ์ ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น.
และ ดาวมฤตยูนี้ ยังคงสถิตนิ่งอยู่ในเรือนลาภะนี้ อีกเป็นเวลา ๑ ปีกว่าๆ ซึ่งกว่าจะย้ายออกจากเรือนลาภะ ก็ประมาณเดือน มีนาคม ๒๕๕๒
นึกภาพกันออกหรือยังว่า....อนาคต ผู้บริหารรัฐบาลไทยคงต้องตระเวนไปขอดูงานจาก เขมรและพม่า เพื่อกลับมาพัฒนาประเทศชาติกันต่อไป..
และคำว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” คงต้องตัดคำว่า “ดีเจ็ดหน”ออกไปจากคำกล่าวโบราณนั้น ได้แล้ว สำหรับประเทศไทย...ในระยะ ๒ ปีข้างหน้านี้ ....!!

ปาฏิหาริย์
Rahoo89@gmail.com
เมษายน 2550

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น